Archive | สิ่งน่ารู้ RSS feed for this section

สิ่งดีๆ มีประโยขน์นะ

21 พ.ย.

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (แอปเปิ้ลไซเดอร์)

21 พ.ย.

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (แอปเปิ้ลไซเดอร์)

           น้ำส้มสายชูหมักถูกใช้เป็นยามานานกว่า 7,000 ปีมาแล้ว มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์สูงและมีหลายชนิดมาก  มีสรรพคุณช่วยให้ไตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำให้เลือดเดินสะดวก ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด  ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อก่อโรคในลำไส้  ทำให้แผนหายเร็วและดับพิษ ทำให้เกิดการปรับตัวเองและสดชื่น ช่วยชะลอความแก่และส่งเสริมสุขภาพโดยทั่วไป หากใช้เพื่อเสริมระบบภูมิคุ้มกันและควบคุมเชื้อก่อโรค ควรใช้ผสมน้ำผึ้งบริสุทธิ์ ในปริมาณเท่าๆ กัน กินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ เช้า บ่าย และก่อนนอน โดยให้ห่างกันราว 8 ชั่วโมง  ตามตำราสากลสูตรนี้เป็นยาอายุวัฒนะ  สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและต้องงดใช้น้ำผึ้ง เพื่อจำกัดการบริโภคน้ำตาล  ควรใช้แต่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล ครั้งละ 2 ช้อนชา วันละ 2-3 ครั้ง เช้า กลางวัน และก่อนนอน

แอปเปิ้ลมีดีอะไร

            ผลแอปเปิ้ลมีสารเพคติน เส้นใยอาหาร วิตามินซี สารไบโอฟลาโวนอยด์ กรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรท และแร่ธาตุหลายชนิด สารเหล่านี้พบว่ามีประโยชน์มานานจนได้รับการระบุไว้ว่ากินแอปเปิ้ล 1 ผลทุกวันจะห่างไกลหมอ

เมื่อคั้นเอาน้ำแอปเปิ้ลมาหมักจะเกิดเป็นกรดอะซติค ซึ่งเป็นกรดอินทรีย์ตามธรรมชาติอ่อนๆ มีความเหมาะสม ไม่ทำอันตรายต่อกระเพาะอาหารเช่นเดียวกับกรดอินทรีย์อื่นๆ หรือวิตามินซีในผักและผลไม้ต่างๆ

            กรดอะซิติคสามารถทำลายเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคได้ ทำให้เก็บน้ำส้มได้นานโดยไม่เสีย  เมื่ออยู่ในระบบทางเดินอาหารคือในกระเพาะและลำไส้ กรดนี้ช่วยต้านเชื้อก่อโรค รวมไปถึงเมื่อถูดูดซึมไปที่ไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อทางเดินปัสสาวะ  นอกจากช่วยต้านเชื้อก่อโรค ยังสามารถใช้ทำลายล้างสารพิษ และทำให้เกิดความสมดุลในการสันดาปของร่างกาย สำหรับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก กรดนี้สามารถดึงไขมันออกมาจากเซลล์ไขมันไปใช้ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน

ฮิปโปเครตีส ผู้มีสมญานามว่าบิดาของแพทย์ ได้เคยรักษาโรคด้วยน้ำส้มสายชูมาก่อน เมื่อ 2,400 ปีมาแล้ว  กรดอะซิติคและกรดแอสคอร์บิคที่กล่าวถึงเหล่านี้มีประโยชน์คือ

  1. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

  2. ทำให้ระบบการผลิตเอนไซม์ดีขึ้น

  3. ต้านเชื้อจุลินทรีย์

  4. ทำให้เซลล์มีพลังงานมากขึ้น

    ประโยชน์ในการรักษาโรค ของน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 

                แก้ปวดลดการอักเสบตามข้อ ปวดเข่า ปวดแขน ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เป็นหวัดคัดจมูก โลหิตออกตามไรฟัน ประจำเดือนออกมาเป็นลิ่ม แผลหายช้า ทำให้ผมดำและไม่ร่วง  ทำให้หัวใจแข็งแรงป้องกันโรคหัวใจ และช่วยย่อยอาหาร  

                วิธีรับประทาน    ใช้ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 2 ช้อนชา ใส่น้ำอุ่นค่อนแก้ว ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง

     

                แก้ไขหวัด แก้ไอ แก้เจ็บคอ โรคภูมิแพ้อากาศและไซนัส  

                วิธีรับประทาน ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 1 ถ้วย ผสมน้ำผึ้ง 1 ถ้วย แล้วจิบทุก 3 ชั่วโมง 4 ครั้งต่อวัน  ผู้ใหญ่ใช้ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ เด็กลดลงตามส่วน

     

                ใช้ป้องกันและเพิ่มภูมิต้านทานโรค 1-2 ช้อนชา  หากไม่เป็นโรคเบาหวานอาจผสมน้ำผึ้งขนาดเท่าๆ กัน  จิบ 1-11/2  ช้อนโต๊ะ เมื่อตื่นนอนและก่อนนอน

                สูตรนี้ใช้ได้ดีสำหรับป้องกันการแพ้ท้อง ควรลองใช้เพียง 1 ช้อนชา ใส่ในน้ำเย็นๆ 1 ถ้วยดื่ม เมื่อตื่นนอน อาจป้องกันหรือลดอาการแพ้ท้องได้

                ใช้ต้านไวรัส โดยใช้ 2 ช้อนโต๊ะ 3 ครั้งต่อวัน ห่างกัน 8 ชั่วโมงจะช่วยลดจำนวนไวรัสลง

               

สุนัขกับเจ้านาย

21 พ.ย.

แกมมา ออไรซานอล ( Gamma Oryzanol ) คืออะไร?

21 พ.ย.

แกมมา ออไรซานอล ( Gamma Oryzanol ) คืออะไร?

                                        แกมมา ออไรซานอล และอนุพันธ์ของกรด เฟรูลิค ( Ferulic Acid ) เป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งมีคุณสมบัติหลายประการที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

            1. แอนตี้อ๊อกซิแดนซ์ ( Antioxidant ) ซึ่งหมายถึงการต่อต้านอนุมูลอิสระหรืออาจจะกล่าวได้ง่ายๆ ก็คือ การลดอัตราการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายทำให้ลดอาการแก่ก่อนวัย ( Anti-Aging ) และช่วยป้องกันการเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ ที่เรียกว่าเซลล์มะเร็ง ( Cancer )

            2. มีความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวจาการถูกทำลายด้วยแสงแดด

            3. ยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างเม็ดสี ดังนั้นก็จะช่วยลดการอัตราการสร้างเม็ดสีผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างสดใสขึ้น

            4. ลดระดับของไขมันในเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอุดตัน

            5. เพิ่มการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ( Endophine Hormone ) ช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้หลับสบาย

           6. กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต ( Growth Hormone )

           7. ลดการสูญเสียแคลเซียม ทำให้ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน Bone Degeneration ( Osteoporosis )

            8. ลดอัตราการที่เกิดจากภาวะวัยทอง ( Menopaise )

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว Vital Star

21 พ.ย.

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว Vital Star

คุณค่าของน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีการศึกษาค้นคว้าและวิจัยกันมานานกว่า 40 ปีพบว่าคุณค่าที่โดดเด่นมี 5 ประการ ดังต่อไปนี้

1. ลดคลอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกาย
                            สารธรรมชาติในน้ำมันรำข้าวทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วิตามินอี กลุ่ม โทโคไตรอีนอล โอรีซานอลและไฟโตสเตอรอล มีส่วนช่วยลดคลอเลสเตอรอลที่ไม่ดี(LDL-C) รวมทั้งไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglycerides) ในร่างกาย นอกจากนั้นโอรีซานอล ยังช่วยคงระดับหรอเพิ่มคลอเลสเตอรอลที่ดี (HDL-C)แก่ร่างกายอีกด้วย

2. ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
                            จากความเข้าใจกลไกการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นักโภชนาการได้แนะนำให้เพิ่มการบริโภคน้ำมันที่เป็นแหล่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัว ตำแหน่งเดียว(MUFA)ให้มากขึ้น ซึ่งน้ำมันรำข้าวมีปริมาณ MUFA สูง

3. ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
                             เนื่องจากอนุมูลอิสระ เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติสูงที่สุดชนิดหนึ่ง ได้แก่ วิตามินอี กลุ่มโทโคฟินอลและกลุ่มโทโคไตรอีนอล โอรีซานอลและไฟโตสเตอรอล  จึงทำให้การบริโภคน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ให้ผลในการลดความเสี่ยงของมะเร็งได้

4. ช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาท
                               วิตามินอี กลุ่มโทโคฟินอลในน้ำมันรำข้าว มีคุณสมบัติช่วยรักษาสมดุลของระบบประสาทและฟอสฟอไลปิดในน้ำมันรำข้าว ช่วยให้การสื่อกระแสประสาททำงานได้ดีขึ้น  มีผลต่อความจำและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคสมองเสื่อม

5. ช่วยปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรีวัยทอง
                               มีงานวิจัยยืนยันคุณค่าของโอรีวานอลที่ช่วยปรับสมดุลของระบบฮอร์โมนในสตรีวัยทองและช่วยลดอาการร้อนวูบวาบอย่างได้ผล  นอกจากนี้แล้วพบว่าสารที่อยู่ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ยังสามารถลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในผิวหนังของเรา จึงทำให้ผิวแลดูขาวขึ้นทั้งยังลดอาการอักเสบของสิว การอักเสบบริเวณข้อเข่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

 โดยสรุปแล้วผลิตภัณฑ์สริมอาหารน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวเหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคที่เกิดจากการเสื่อมถอยของอวัยวะต่างๆ เช่น โรคข้อเสื่อม เป็นต้น 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.